Skip links

ประเภทของแท่นขุดเจาะนํ้ามัน (Types of Oil Rigs)

รู้จัก “แท่นขุดเจาะน้ำมัน” แต่ละประเภท

เทคโนโลยีสำคัญเบื้องหลังการสำรวจพลังงานโลก

       เมื่อพูดถึง “แท่นขุดเจาะน้ำมัน” หลายคนอาจนึกถึงโครงสร้างขนาดใหญ่กลางทะเลที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรและวิศวกรจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง แท่นขุดเจาะน้ำมันมีหลายประเภท ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความลึกของแหล่งน้ำมันที่แตกต่างกัน

       แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรือที่เรียกว่า Rig ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงาน เพราะเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการสำรวจและผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากใต้พื้นดินและใต้ทะเล

โดยทั่วไป “ริก” สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • แท่นขุดเจาะบนบก (Land Rig)
  • แท่นขุดเจาะนอกชายฝั่ง (Offshore Rig)
  1. แท่นขุดเจาะบนบก (Land Rig) Land Rig คือแท่นขุดเจาะที่ติดตั้งอยู่บนพื้นดิน มักพบในแหล่งผลิตน้ำมันบนบก เช่น
  • แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ จังหวัดกำแพงเพชร
  • แหล่งน้ำมันวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
  • แหล่งน้ำมันสังฆจาย จังหวัดสุพรรณบุรี

ข้อดีของแท่นประเภทนี้ คือ ติดตั้งและซ่อมบำรุงได้ง่ายกว่าการทำงานกลางทะเล อีกทั้งต้นทุนการดำเนินงานยังต่ำกว่าแท่นนอกชายฝั่ง

  1. แท่นขุดเจาะนอกชายฝั่ง (Offshore Rig) Offshore Rig คือแท่นขุดเจาะที่ใช้สำหรับสำรวจและผลิตน้ำมันในทะเล ซึ่งมีหลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งานและระดับความลึกของน้ำ

Swamp Barges แท่นขุดเจาะสำหรับพื้นที่น้ำตื้น

      Swamp Barge คือแท่นขุดเจาะที่ติดตั้งอยู่บนแพหรือบาร์จ เหมาะสำหรับพื้นที่น้ำตื้น เช่น

  • หนองน้ำ
  • แม่น้ำ
  • พื้นที่ชายฝั่งที่คลื่นลมไม่รุนแรง

จุดเด่นของแท่นประเภทนี้ คือ เคลื่อนย้ายได้สะดวกและเหมาะกับงานขุดเจาะในพื้นที่เฉพาะที่ไม่ลึกมาก

Tender Barges หรือ Tender Rig แท่นขุดเจาะแบบเคลื่อนย้ายได้

       แท่นประเภทนี้มีลักษณะคล้ายแพบรรทุกอุปกรณ์ โดยจะขนส่งชุดแท่นเจาะไปติดตั้งบน Platform กลางทะเล หลังจากเจาะเสร็จ สามารถถอดแยกชิ้นส่วนและขนย้ายไปยังหลุมถัดไปได้

จุดเด่น

  • ค่าเช่า (Day Rate) ต่ำกว่าแท่นประเภทอื่น
  • เหมาะกับแหล่งน้ำมันที่มีหลายหลุมอยู่ใกล้กัน
  • สามารถเลื่อนตำแหน่งแท่นเจาะ (Skid) เพื่อเจาะหลุมใหม่ได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งระบบ

ข้อจำกัด

  • ต้องมี Platform รองรับก่อน
  • การติดตั้งและรื้อถอนค่อนข้างซับซ้อน

Jack-Up Rig แท่นขุดเจาะที่ยกตัวเหนือผิวน้ำ

      Jack-Up Rig เป็นหนึ่งในแท่นขุดเจาะที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันทะเล ลักษณะเด่นคือ มี “ขา” ขนาดใหญ่ 3 ขา หย่อนลงไปยึดกับพื้นทะเล จากนั้นตัวแท่นจะถูกยกสูงเหนือผิวน้ำ

ข้อดี

  • เคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว
  • เหมาะกับงานสำรวจ (Exploration)
  • ลดเวลาในการติดตั้ง

ข้อจำกัด

  • สามารถใช้งานได้ในพื้นที่น้ำลึกไม่เกินประมาณ จึงเหมาะกับทะเลระดับตื้นถึงปานกลาง

Submersible Drilling Rig แท่นขุดเจาะแบบจมตัว

      Submersible Rig คือแท่นขุดเจาะที่สามารถจมตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้นทะเลได้ เหมาะสำหรับพื้นที่น้ำตื้นประมาณ 80 ฟุตหรือน้อยกว่า โดยจะใช้เรือลากจูงไปยังจุดปฏิบัติงาน ก่อนปล่อยแท่นให้จมลงสู่พื้นทะเล แท่นประเภทนี้ถือเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า และปัจจุบันพบเห็นได้น้อยมากเมื่อเทียบกับแท่นสมัยใหม่

Semi-Submersible Rig แท่นขุดเจาะลอยตัวกึ่งจม

      Semi-Submersible หรือ Semi-Sub คือแท่นขุดเจาะที่ถูกออกแบบให้ “ลอยตัว” อยู่ในทะเลได้อย่างมั่นคง แม้ในสภาพคลื่นลมแรง โครงสร้างหลักจะติดตั้งอยู่บนเสาขนาดใหญ่ และมีทุ่นลอย (Pontoons) ใต้น้ำช่วยรับน้ำหนัก

เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งปฏิบัติงาน จะมีการใช้

  • สมอขนาดใหญ่ (Mooring Anchors)
  • ระบบ Thruster หรือใบพัดควบคุมตำแหน่ง

เพื่อรักษาสมดุลและป้องกันแท่นเคลื่อนตัวจากแรงคลื่น

จุดเด่น

  • มีเสถียรภาพสูง
  • เหมาะกับทะเลลึก
  • รองรับสภาพอากาศรุนแรงได้ดี

แท่นประเภทนี้บางรุ่นสามารถขุดเจาะได้ลึกถึง

Drillship เรือขุดเจาะน้ำมันแห่งยุค Deepwater

Drillship คือเรือที่ติดตั้งอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำมันครบชุดไว้บนตัวเรือ จุดเด่นสำคัญคือ สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องใช้เรือลากจูงเหมือน Jack-Up หรือ Semi-Submersible เหมาะสำหรับงานขุดเจาะในทะเลลึกมาก หรือที่เรียกว่า Ultra Deepwater บางลำสามารถปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำลึกได้ถึง

จุดเด่น

  • เคลื่อนย้ายรวดเร็ว
  • เหมาะกับงานสำรวจหลายพื้นที่
  • รองรับงานในทะเลลึกมาก

ข้อจำกัด

  • แม้จะคล่องตัวสูง แต่เสถียรภาพในการทำงานยังเป็นรอง Semi-Submersible ในสภาพทะเลที่รุนแรง

เทคโนโลยีเบื้องหลังการรักษาตำแหน่งของแท่นขุดเจาะ
      หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Offshore Rig คือการรักษาตำแหน่งไม่ให้แท่นเคลื่อนตัวขณะขุดเจาะ ปัจจุบันมี 2 ระบบหลัก ได้แก่

  • ระบบสมอยึด (Anchoring System) ใช้สมอขนาดใหญ่ยึดกับพื้นทะเล เพื่อรักษาตำแหน่งแท่น
  • ระบบ Thruster ใช้ใบพัดควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยปรับสมดุลและควบคุมทิศทางของแท่นอย่างแม่นยำ แท่นรุ่นใหม่มักใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการปฏิบัติงาน

สรุป

แท่นขุดเจาะน้ำมันแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความลึกของแหล่งพลังงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่แท่นบนบก ไปจนถึงเรือขุดเจาะในทะเลลึกระดับ Ultra Deepwater เบื้องหลังการทำงานของแท่นเหล่านี้ คือเทคโนโลยี วิศวกรรม และระบบควบคุมที่ซับซ้อน เพื่อให้การสำรวจและผลิตพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด แม้อุตสาหกรรมน้ำมันจะอยู่ไกลตัว แต่แท่นขุดเจาะเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนพลังงานและเศรษฐกิจของโลกในทุกวันนี้